บทเรียนชีวิตต้องสู้ “สามเอ” อดีตวิถีกรรมกร

วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ทำให้เรานึกไปถึงนักมวยดีกรีแชมป์โลกคนหนึ่ง ยอดมวยชาวไทยผู้เป็นเพชรเม็ดงามประดับวงการมวยบ้านเรา

ในอดีตเขาเคยผ่านชีวิตกรรมกร ผู้ใช้พลังกายตรากตรำทำงาน อาชีพที่ถูกมองว่าเป็นแรงงานระดับล่าง แต่พวกเขาเหล่านั้นก็มีส่วนสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทั้งตึกรามบ้านช่อง วัดวา อาคาร ก็ล้วนมาจากฝีมือแรงงานกลุ่มนี้

“สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” คือนักมวยที่เรากำลังเอ่ยถึง ย้อนไปสมัยนักสู้หนุ่มจากบุรีรัมย์ อายุ 17 ปี เข้ามาชกมวยในเมืองกรุงที่สนามมวยเวทีลุมพินีเป็นครั้งแรก เขาสั่งสมชัยชนะจนได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์

ตอนชกปกติ สามเอ ชนะได้ แต่พอชิงแชมป์ทีไร เป็นอันต้องพ่ายแพ้ทุกครั้ง ได้ชิงแชมป์ 3 ครั้งใน 3 รุ่นน้ำหนัก สามเอ ไม่เคยได้เป็นแชมป์เลย จนเจ้าตัวคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวาสนาเหมือนอย่างใครเขา เวลาผ่านไปร่วม 4 ปี จน สามเอ อายุ 21 ปี เขาได้ชิงแชมป์อีกครั้งในรุ่น 115 ป.ที่ว่าง และสามารถเอาชนะ “เพชร ป.บูรพา” หรือที่หลายท่านคุ้นเคยในชื่อ “อำนาจ รื่นเริง” ซึ่งเคยชกด้วยกันมาหลายครั้ง เข็มขัดแชมป์จากสนามมวยมาตรฐานของประเทศไทยถูกพาดอยู่ที่เอวเป็นเส้นแรกในชีวิต

หลายคนอาจคิดว่า สามเอ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่มันกลับตรงกันข้าม ค่ายที่ สามเอ ซ้อมอยู่ช่วงนั้นประสบปัญหาขาดเทรนเนอร์ ทำให้เขาต้องซ้อมอยู่คนเดียว และนอนกอดเข็มขัดแชมป์อยู่ 3-4 เดือน เมื่อต้องป้องกันแชมป์ครั้งแรก สามเอ ก็เสียเข็มขัดทันที นี่ล่ะที่ใครเขาพูดกันว่า การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า “พอที่ค่ายมีปัญหา ผมก็พลอยหมดกำลังใจ จึงตัดสินใจไปทำงานอื่น ทั้งงานโรงงาน โรงกลึง ทำเฟอร์นิเจอร์ แล้วก็งานก่อสร้างตกแต่งที่คนเขาเรียกงานกรรมกรนี่ล่ะครับ”

ติดตามข่าวได้เพิ่มที่ : บทเรียนชีวิตต้องสู้ ยอดมวย “สามเอ” อดีตวิถีกรรมกร

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น